วันที่แปด
วันนี้เราจะไปชมฟาร์มแบบดั้งเดิมกันค่ะชื่อWater Peak Farm โดยนั่งเรือกลไฟโบราณไปค่ะ
เรือออกสิบโมงเราเลยไปหาอาหารเช้าทานกันข้างนอก
พ่อกับแม่ไม่ชอบทานที่โรงแรมเพราะเราชอบไปร้านท้องถิ่นค่ะ ได้บรรยากาศดี
แม่จำได้ว่าเมื่อวานเห็นมี café น่านั่งที่เขียนว่า Breakfast อยู่หลายร้าน
เราเลยไปเดินหากัน เดินมาถึงที่แถวที่ Beach Street เจอร้านน่ารักชื่อ Vudu Café มีอาหารเช้าด้วย
ลืมบอกไปว่าถ้าเป็น cafe ส่วนใหญ่จะต้องไปสั่งที่เคาน์เตอร์ ไม่มีการมารับรายการอาหารที่โต๊ะ เราสั่ง blueberry pancake กับ
poached egg
มาแบ่งกัน ในชุดไข่มีขนมปังปิ้ง ไส้กรอก กับ มันฝรั่งแถมมาด้วย ดีจัง นั่งทานไปดูคนเดินผ่านหน้าร้านไปจนใกล้เวลาเรือออกเราก็เดินไปขึ้นเรือ ที่ Steamer Wharf ก่อนไปก็ต้องถูกถ่ายรูปก่อนค่ะ เรือที่เราจะใช้โดยสารไปฟาร์มชื่อ TSS Earnslaw Steamship,(Twin Screw Steamer Warnslaw: the coal-fired Lady of the Lake ) เป็นเรือกลไฟโบราณสุดแสนคลาสสิคที่ยังใช้พลังงานจากถ่านหิน ที่สร้างขึ้นเมื่อปี1912 เพื่อใช้เป็นเรือโดยสารและขนส่งสินค้าระหว่างฟาร์มต่างๆที่อยู่รอบๆ ทะเลสาบ วาคาติปูถึงเรือจะเก่าก็ยังสามารถแล่นโดยใช้พลัง ไอน้ำด้วยความเร็วถึง 13 knots นะคะ
ในเรือมีห้องที่ใช้แสดงประวัติของเรือ มีรูปโชว์ไว้ว่าชั้นล่างเคยใช้เป็นที่บรรทุกแกะด้วย ในสมัยก่อนเรือลำนี้สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ถึง 800 คน ชั้นบนมีคุณป้ามาเล่นเปียโนให้ฟัง รวมทั้งมีอาหารและเครื่องดื่มขายด้วย วันนี้ไม่มีแดดเลยค่ะ แต่ก็สวยไปอีกแบบ เราไปนั่งหลบลมหนาวอยู่ชั้นบน นั่งไปดูวิวไป หนูขิงก็วิ่งไปดูห้องเครื่องบ้าง ไปห้องประวัติศาสตร์บ้าง และก็ออกไปยืนรับลมหนาว ครู่ใหญ่เราก็มองเห็น Walter Peak Farm เรามองเห็นบ้านแบบ Colonel’s Homestead ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้แสนสวย
พอเรามาถึงที่ท่า Farm host ก็มาแนะนำตัวและพาไปให้อาหารแกะ และชมความเก่งกาจของเจ้า Sheep dog สุนัขเลี้ยงแกะ มาต้อนน้องแกะให้เดินไปตามทิศทางที่มันต้องการ ต่อด้วยโชว์การตัดขนแกะ Sheep shearing คุณลุงใช้กรรไกรตัดด้วยมือนะคะ ประมาณ 2 นาทีก็เสร็จ
หนูขิงลองไปจับขนแกะที่ตัดออกมาแล้วบอกว่า นุ่มแต่มีน้ำมันอะไรอยู่ คุณลุง Farm Host เลยเล่าให้ฟังว่า แกะจะมีน้ำมัน ชนิดหนึ่งเรียกว่าลาโนลิน Lanolin ป้องกันความหนาวเย็นและแมลง และช่วยเป็นสารเคลือบขนไม่ให้เปียกเวลาตัดขนแกะลาโนลินก็จะออกมาทำให้ลื่นมากๆ
จากนั้นเราก็ไปดูสัตว์ต่างๆที่เลี้ยงอยู่ในฟาร์ม เจอ แกะ แพะ กวางแดง Alpaca และ Scottish highland cowด้วย หนูขิงชอบมากๆ ถ้าตัวไหนเดินมาใกล้ก็จะเข้าไปลูบขนเล่น หลังจบโชว์แล้วที่นี่ยังมีบริการ น้ำชากาแฟและขนมอร่อยๆให้ทานด้วย หลังจากนั้นก็เข้าไปที่ร้านขายของที่ระลึก มีการสาธิต wool spinningด้วย ก่อนกลับหนูขิงซื้อน้องแกะตัวเล็กมาหนึ่งตัว
เที่ยวกลับพ่อกับแม่ก็นั่งฟังเพลง หนูขิงเจอเด็กอายุรุ่นเดียวกันเลยขอไปเดินสำรวจเรือกับเค้า พอมาถึงฝั่งเราสามคนหิวซ่กเลย บ่ายโมงกว่าแล้ว ต้องรีบไปหาอาหารกลางวัน พ่อกับแม่เลือกอาหารอินเดีย แต่หนูขิงไม่อยากทาน เราเลยสั่ง Naan รสกระเทียม กับแกงแกะ Lamb vindaloo แบบนำกลับ แต่หนูขิง ขอเป็นบะหมี่สำเร็จรูป เลยพาไปแวะซื้อที่ร้านสะดวกซื้อและกลับไปทานกันที่โรงแรม
พอสักบ่ายสามโมงเราก็เดินไปเที่ยวที่
Kiwi Birdlife
Park ซึ่งตั้งอยู่ที่เชิงเขาก่อนถึง สกายไลน์ กอนโดลา ที่นี่ไม่ได้มีแค่นกกีวี่
Kiwiให้ดูนะคะ
แต่ยังมีนกอื่นๆทั้งที่เป็นนกท้องถิ่นและนกต่างถิ่นให้ดูด้วยค่ะ
แต่จุดเด่นของเค้าอยู่ที่ nocturnal Kiwi House เป็นที่ที่เราไปแอบดูนกกีวี่ได้ค่ะ โชคดีเราไปตอนให้อาหารด้วย
หลังจากนั้นเราไปขึ้นสกายไลน์กอนโดลา ซึ่งจะพาเราขึ้นไปสู่ยอดเขาบ็อบ( Bob’s Peak) แน่นอนค่ะต้องถูกถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึกก่อน ก่อนที่จะมีสกายไลน์กอนโดลาภัตตาคารชื่อThe Chalet ได้มาเปิดให้บริการเมื่อปี1964 ณ จุดที่ตั้งของ Skyline ในปัจจุบัน ที่ความสูง1530 ฟุต จากตัวเมืองควีนส์ทาวน์ ถ้าใครอยากมาก็ต้องขึ้นรถบัส หรือถ้าเดินมาก็จะได้ประกาศนียบัตร กอนโดลาเริ่มเปิดให้บริการเมื่อปี1967 และ ถูกปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา กอนโดลารุ่นปัจุบันนี้สามารถพาผู้โดยสารขึ้นมาที่Skyline point ได้ถึง1100 คนต่อชั่วโมงค่ะ ที่ระเบียงชมวิวมีกอนโดลา รุ่นเก่ามาตั้งแสดงด้วย เราจะมาทานอาหารที่ภัตตาคารลอยฟ้าที่สามารถชมวิวของเมืองพร้อมกันกับทานอาหารไปด้วย ข้างบนนี้ยังมีร้านขายของที่ระลึก ระเบียงชมวิวที่สามารถชมวิวได้ในมุมกว้าง มองลงไปเห็นเมืองริมทะเลสาบมีภูเขาเป็นฉากหลังสวยมากค่ะ มีจุดโดด bungy jumping มีกระเช้าขึ้นไปอีกชั้นเพื่อไปเล่นsky luge มีแบบมือใหม่ กับ ผู้ที่มีประสบการณ์ ถามหนูขิงว่าอยากลองไหม หนูขิงไม่กล้า เราเลยไปเดินเล่นในร้านขายของที่ระลึกระหว่าง รอคิวเข้าไปทานอาหาร
ที่ภัตตาคารนี้พอไปถึงเราก็ไปยื่นใบจอง แล้วเค้าจะให้ buzzer มาค่ะ พอถึงคิวเรา ตัว buzzer ก็จะสั่นพร้อมทั้งไฟสีแดงจะติด เจ้าหน้าที่ก็จะมาเก็บกลับไป พร้อมทั้งพาเราไปแนะนำจุดต่างๆในร้าน และพาเราไปนั่งโต๊ะ ร้านอาหารนี้เป็นแบบบุฟเฟ่ต์นานาชาติค่ะ มีอาหารมากมายให้เลือกทาน เน้นไปที่แกะ กับอาหารทะเลนะคะ รสชาติพอใช้ได้เน้นบรรยากาศมากกว่า เราสามคนเดินเลือกทานกันสนุกไปเลยค่ะ ทานเสร็จก็นั่งกอนโดลาลงมาแสงไฟระยิบระยับสวยมากค่ะ และไม่ลืมซื้อรูปที่ถูกถ่ายไว้มาเป็นที่ระลึกด้วย เดินมาที่ตัวเมืองร้านรวงยังเปิดอยู่ค่ะ ควีนส์ทาวน์เป็นเมืองท่องเที่ยวร้านค้าเลยปิดประมาณสามทุ่ม และอีกเหตุผลหนึ่งคือวันพฤหัสกับวันศุกร์ ร้านที่นิวซีแลนด์จะปิดประมาณสองทุ่มหรือสามทุ่มนะคะ เราเลยเดินเล่นไปดูของไปเรื่อยๆ เจอร้าน Outside sport อีกแล้วแต่ร้านนี้ใหญ่มาก เดินลัดเลาะไปเรื่อยๆจนเกือบสี่ทุ่มลืมบอกไปว่าร้านขายของที่ระลึกบางร้านปิดตั้งสี่ทุ่มนะคะ ถึงโรงแรมหนูขิงบอกว่านิวซีแลนด์มีแต่ที่เที่ยวสนุกๆนะแม่ หนูชอบที่นี่ แม่เลยถามว่าแล้วอยากมาอยู่ไหม หนูขิงบอกว่า หนูชอบเมืองไทยมากกว่าค่ะ
หลังจากนั้นเราไปขึ้นสกายไลน์กอนโดลา ซึ่งจะพาเราขึ้นไปสู่ยอดเขาบ็อบ( Bob’s Peak) แน่นอนค่ะต้องถูกถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึกก่อน ก่อนที่จะมีสกายไลน์กอนโดลาภัตตาคารชื่อThe Chalet ได้มาเปิดให้บริการเมื่อปี1964 ณ จุดที่ตั้งของ Skyline ในปัจจุบัน ที่ความสูง1530 ฟุต จากตัวเมืองควีนส์ทาวน์ ถ้าใครอยากมาก็ต้องขึ้นรถบัส หรือถ้าเดินมาก็จะได้ประกาศนียบัตร กอนโดลาเริ่มเปิดให้บริการเมื่อปี1967 และ ถูกปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา กอนโดลารุ่นปัจุบันนี้สามารถพาผู้โดยสารขึ้นมาที่Skyline point ได้ถึง1100 คนต่อชั่วโมงค่ะ ที่ระเบียงชมวิวมีกอนโดลา รุ่นเก่ามาตั้งแสดงด้วย เราจะมาทานอาหารที่ภัตตาคารลอยฟ้าที่สามารถชมวิวของเมืองพร้อมกันกับทานอาหารไปด้วย ข้างบนนี้ยังมีร้านขายของที่ระลึก ระเบียงชมวิวที่สามารถชมวิวได้ในมุมกว้าง มองลงไปเห็นเมืองริมทะเลสาบมีภูเขาเป็นฉากหลังสวยมากค่ะ มีจุดโดด bungy jumping มีกระเช้าขึ้นไปอีกชั้นเพื่อไปเล่นsky luge มีแบบมือใหม่ กับ ผู้ที่มีประสบการณ์ ถามหนูขิงว่าอยากลองไหม หนูขิงไม่กล้า เราเลยไปเดินเล่นในร้านขายของที่ระลึกระหว่าง รอคิวเข้าไปทานอาหาร
ที่ภัตตาคารนี้พอไปถึงเราก็ไปยื่นใบจอง แล้วเค้าจะให้ buzzer มาค่ะ พอถึงคิวเรา ตัว buzzer ก็จะสั่นพร้อมทั้งไฟสีแดงจะติด เจ้าหน้าที่ก็จะมาเก็บกลับไป พร้อมทั้งพาเราไปแนะนำจุดต่างๆในร้าน และพาเราไปนั่งโต๊ะ ร้านอาหารนี้เป็นแบบบุฟเฟ่ต์นานาชาติค่ะ มีอาหารมากมายให้เลือกทาน เน้นไปที่แกะ กับอาหารทะเลนะคะ รสชาติพอใช้ได้เน้นบรรยากาศมากกว่า เราสามคนเดินเลือกทานกันสนุกไปเลยค่ะ ทานเสร็จก็นั่งกอนโดลาลงมาแสงไฟระยิบระยับสวยมากค่ะ และไม่ลืมซื้อรูปที่ถูกถ่ายไว้มาเป็นที่ระลึกด้วย เดินมาที่ตัวเมืองร้านรวงยังเปิดอยู่ค่ะ ควีนส์ทาวน์เป็นเมืองท่องเที่ยวร้านค้าเลยปิดประมาณสามทุ่ม และอีกเหตุผลหนึ่งคือวันพฤหัสกับวันศุกร์ ร้านที่นิวซีแลนด์จะปิดประมาณสองทุ่มหรือสามทุ่มนะคะ เราเลยเดินเล่นไปดูของไปเรื่อยๆ เจอร้าน Outside sport อีกแล้วแต่ร้านนี้ใหญ่มาก เดินลัดเลาะไปเรื่อยๆจนเกือบสี่ทุ่มลืมบอกไปว่าร้านขายของที่ระลึกบางร้านปิดตั้งสี่ทุ่มนะคะ ถึงโรงแรมหนูขิงบอกว่านิวซีแลนด์มีแต่ที่เที่ยวสนุกๆนะแม่ หนูชอบที่นี่ แม่เลยถามว่าแล้วอยากมาอยู่ไหม หนูขิงบอกว่า หนูชอบเมืองไทยมากกว่าค่ะ













ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น