วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2555

วันที่สิบ Mount Cook - Glacier Explorer

วันที่สิบ

เรารีบทำธุระส่วนตัวและทานอาหารเช้า แล้วรีบออกไปเพื่อจะไปที่จุดนัดพบของ Glacier Explorer ที่โรงแรม เดอะเฮอร์มิทาจ (The Hermitage) ระหว่างทางพ่อเห็นมีอะไรสีส้มๆเกาะอยู่บนก้อนหิน เลยลงไปดูกัน ปรากฎว่าเป็น ไลเคน (Lichen) กรุงเทพเกือบจะไม่มีแล้วนะคะ  เราสามารถใช้ไลเคนเป็น Bio-indicator โดยถ้าอากาศมีก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์สูง เจ้าไลเคนจะไม่สามารถเจริญเติบโตได้

 

เมาท์คุก นี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติอาโอรากิ/เมาท์คุก (Aoraki/Mount Cook National Park) และเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขา Southern Alps ที่ทอดยาวจากเหนือจรดใต้ของเกาะใต้แห่งนี้  ชาวเมารีเรียก เมาท์คุกว่า Aoraki แปลว่า Could piercer แปลเป็นไทยคล้ายกับสูงจนเสียบเมฆได้ พ่อบอกว่าแม่แปลได้แย่มากๆ เมาท์คุกนี้สูงถึง 3754 เมตร ถึงแม้ยอดเขาแห่งนี้จะยิ่งใหญ่มากแต่ก็มักจะมีเมฆมาปกคลุมอยู่เสมอ กัปตันคุกยังพลาดไปไม่เห็นเมาท์คุกเมื่อแล่นเรือมาทางฝั่งตะวันตกของเกาะใต้  หนูขิงรีบบอกว่า  กัปตันคนนี้ โชคไม่ดีนะแม่ พลาดมิลฟอร์ดซาวนด์ และแถมยังมาพลาดเมาท์คุกอีก แต่ก็มีคนใจดีตั้งชื่อยอดเขานี้เพื่อเป็นเกียรติแก่กัปตันคุกนะคะ  ชาวยุโรปที่เห็นเมาท์คุกเป็นคนแรกคือคุณ Abel Tasman ที่อุทยานแห่งชาติ อาโอรากิ/เมาท์คุก แห่งนี้ยังมีธารน้ำแขงอีกนับสิบแห่ง  

ธารน้ำแข็งเหล่านี้ครอบคลุมพื้นที่ของอุทยานถึง 40% แต่ที่มีขนาดใหญ่ 5 แห่ง คือ  ทาสมาน(Tasman), ฮุคเคอร์(Hooker), มุลเลอร์( Mueller), ก๊อดเลย์(Godley), และเมอร์ชิซอน(Murchison).  ธารน้ำแข็งทาสมาน(Tasman Glacier) นี้ใหญ่ที่สุดและสามารถมองเห็นได้จากถนนที่ทางเข้าอุทยานด้วยนะคะ และก็คือสถานที่ที่เราจะไปสำรวจกันกับ Glacier Explorer ค่ะ ที่นี่เป็นที่เดียวในนิวซีแลนด์ที่ เรือพาเราล่องเรือชมภูเขาน้ำแข็งนะคะ 

เรามัวแต่หาที่จอดรถ เราเกือบไปไม่ทันรถออกค่ะ  รถบัสของ Glacier Explorer พาเราไปตามถนน Tasman Valley road และไปจอดที่จะพาเราไปที่จอดรถของ Blue Lake car park จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าเราต้องเดินจากที่นี่ไปจุดลงเรือประมาณ 30 นาที  เค้าเห็นว่าเรามีหนูขิงมาด้วยเลยถามหนูขิงว่าไหวไหม หนูขิงบอกว่าไหว ทางที่เดินไม่ได้เป็นทางราบนะคะ มีทั้งขึ้นเนิน ลงเนิน ทางค่อนข้างขรุขระ ต้องใส่รองเท้าสำหรับเดินมานะคะ  เราเดินผ่าน moraine  ซึ่งก็คือทางเคลื่อนตัวของธารน้ำแข็งเ มื่อเคลื่อนตัวผ่านไปก็จะบดหินให้แตกเป็นก้อนเล็กก้อนน้อย ตรงนี้ค่อนข้างเดินยากค่ะ เพราะมีก้อนหินอยู่เยอะมาก หนูขิงเกือบสะดุดหกล้ม  

พอเรามาถึง Tasman Terminal Lake เจ้าหน้าที่ก็ให้เราใส่เสื้อชูชีพ บอกกติกาเรื่องการนั่งเรือ และจัดที่นั่งให้เรานั่งในเรือ เรือจะได้สมดุล เรือMAC Boat นี้ ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับทัวร์นี้โดยเฉพาะนะคะ พาเราไปใกล้ๆกับภูเขาน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในทะเลสาบ ให้ลองจับดูด้วย หนูขิงสนุกมาก พอเจ้าหน้าที่หยิบน้ำแข็งก้อนใสๆขึ้นมาและบอกให้เราชิม แถมบอกว่าเค้าอายุ60ปีแล้ว และชิมน้ำแข็งจากที่นี่ทุกวันเลยทำให้ดูหนุ่มกว่าอายุมาก  หนูขิงได้ยินเลยรียเอามาให้แม่ลองชิมแถมเอาน้ำมาทาหน้าให้ และบอกว่า แม่จะได้ไม่แก่ 


 หนูขิงกับพ่อชิมแล้วติดใจเลย เจ้าหน้าที่เลย หยิบมาก้อนนึงให้เอามาเคี้ยวเล่น  เจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้าภูเขาน้ำแข็งที่เพิ่งแยกตัวจากธารน้ำแข็งใหม่ๆ




น้ำแข็งจะมีสีฟ้า   Blue Ice วันนี้เราโชคดีที่เห็น Blue Ice เพราะอีกสองสามชั่วโมงสีฟ้าก็จะหายไปแล้ว  เรือวนไปใกล้ ส่วนปลายของธารน้ำแข็งทาสมาน(Tasman Glacier)ให้เราได้ถ่ายรูป  หนูขิงรีบยกมือถามพี่เจ้าหน้าที่ว่าแถบดำๆเปื้อนๆนั่นคือธารน้ำแข็งหรือคะ  เจ้าหน้าที่เลยอธิบายว่าเมื่อธารน้ำแข้งเคลื่อนตัวลงมาก็จะบดก้อนหินให้เป็นก้อนเล็กๆ และจะ พาก้อนหินพวกนั้นมาด้วย และยัง  เล่าอีกว่าพอธารน้ำแข็งละลายก็กลายเป็นทะเลสาบที่เราลอยเรืออยู่นี่ค่ะ และไหลลงสู่แม่น้ำต่อไปในน้ำในทะเลสาบนี้ขุ่นมากค่ะ เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นเพราะ หินที่ถูกธารน้ำแข็งบดระหว่างที่เคลื่อนตัว มากลายเป็นสารแขวนลอยอยู่ในน้ำ  หนูขิงบอกว่าที่นี่สุดยอดมากเลยค่ะแม่ หนูขิงลองถือน้ำแข็งขึ้นมาส่องกับแสงแดด ใสเปหมือนคริสตัลเลยค่ะ มีทัวร์พานักท่องเที่ยวมาพายเรือคายัคชมภูเขาน้ำแข็งด้วยค่ะ ขากลับเราไม่ต้องรีบเดินเหมือนขามา เราเลยได้เดินชมวิวและดูต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ตามทางเดินด้วย  มีเหยี่ยวบินมาให้ดูด้วย
 

กลับมาถึงที่ เดอะเฮอร์มิทาจว่าจะไปลองทานอาหารที่ห้องอาหาร แต่วันนี้ไม่เปิด เราเลยไปทานกลางวันที่ café ของ The Sir Edmund Hillary Alpine centre  เลือกทานพวกพายก็รสชาตดีนะคะ หนูขิงชอบพายไก่กับเห็ดมาก ทานเกือบหมดอัน  หลังจากนั้นก็ไปเดินดู พิพิธภัณฑ์
 
 ส่วนของ พิพิธภัณฑ์ ซึ่งจัดแสดงประวัติของท่านSir Edmund และ ประวัติของเขต เมาท์คุกผ่าน เรื่องราวของ การปีนเขา มีอุปกรณ์ปีนภูเขาหิมะแบบต่างให้ชมกันด้วย  ท่าน Sir Edmund เป็นนักสำรวจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกคนหนึ่ง ท่านได้ใช้ เมาท์คุก เป็นที่ฝึกซ้อมก่อนออกเดินทางเพื่อไปพิชิต Mt. Everest ได้เป็นคนแรกของโลก และ การนำทีมออกสำรวจทวีปแอนตาร์คติกา(Antartica)ค่ะ  ที่ระเบียงข้างนอกมีรูปปั้นของท่าน Sir Edmund กับ ice axe ตั้งอยู่ให้เราได้ถ่ายรูปด้วยค่ะ  ที่แบงค์ 5 NZD ก็มีรูปของท่านอยู่บนแบงค์เลยนะคะ  


 ที่นี่ยังมี  Planetarium ฉายภาพยนต์สั้นให้ชมกันด้วย เราซื้อตั๋วรวมเลยสามารถใช้ดูได้สองวัน  มีภาพยนต์ สามมิติด้วยนะคะ  วันนี้เราดูเรื่อง ตำนานของ อาโอรากิ/เมาท์คุก เป็นแบบสามมิติและ อีกสองเรื่องเป็นแบบ Planetarium ที่นี่จอเป็นโดมอยู่ข้างบนเลย เหมือนท้องฟ้าจำลองที่บ้านเราแต่ระบบทันสมัยกว่าค่ะ  ดูเรื่อง Black holes กับ Mount Cook Space traveler หนูขิงจะดูต่อ แต่พ่อกับแม่อยากไปเดินtrack ต่างๆ วันนี้เริ่มเบาๆเราเลยพาหนูขิง เพราะเมื่อเช้าเดินพอสมควรแล้ว เราเลยเลือกเดินที่ Kea Point เริ่มจากทางเดินข้างหลังของโรงแรม ทางค่อนข้างเรียบ เดินประมาณหนี่งชั่วโมงก็ถึงที่ชมวิว ระหว่างทางก็ไม่มีอะไรมาก แต่ไปจนเกือบสุดจะมองเห็น Mueller Glacier  อยู่ไกลลิบ   เราใช้เวลาไปกลับสองชั่วโมงนิดๆ  หนูขิงเดินไปบ่นไปเพราะอยากดูหนังต่อ  วันนี้กลับมาที่ Glentanner เร็วหน่อย เพราะอยากสำรวจรอบๆที่พัก พอจอดรถมีกระต่ายป่าออกมาทักทายเต็มไปหมด ที่นี่มี trampoline ให้เด็กๆเล่นด้วย วันนี้เราจะทำ BBQ กันค่ะ เป็นเตาไฟฟ้าแบบหยอดเหรียญ ย่างเนื้อกับไก่ย่างให้หนูขิง นั่งทานไปก็หนาวไป วันนี้เราสามคนรีบอาบน้ำเพราะจะรีบดูดาวกัน ไม่ได้ไปไหนเลยนะคะ ดูอยู่ที่ข้างรถนั่นแหลค่ะ ที่ Alpine Center มีทัวร์ Big Sky Stargazing ด้วย แต่เราแค่เป็นอยากให้หนูขิงเห็น ทางช้างเผือกเท่านั้น  ที่บริเวณเมาท์คุกนี้ถือว่ามีฟ้าที่มืดที่สุดในนิวซีแลนด์  เลยทำให้เห็นดาวได้ง่ายขึ้น  หนูขิงชอบใจมากที่เห็นทางช้างเผือกเป็นแถบขาวบนท้องฟ้า  ต้องบอกว่าเราโชคดีมากที่มาที่นี่ฟ้าเปิด  ฟ้าใสไร้ เมฆและมีแดดทุกวัน  มีดาวตกตกลงมาหนึ่งดวง เลยบอกให้หนูขิงอธิษฐาน หนูขิงขอว่า หนูอยากกลับมาเที่ยวที่นิวซีแลนด์อีกครั้งค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น