วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Hello again ไครชท์เชิรช

เริ่มเดินทาง
มาเที่ยวหนสองเราลองเปลี่ยนมาใช้ สายการบิน Emitates ค่ะ วันนี้เครื่องออก 1955น. แต่เครื่องดีเลย์นิดหน่อยค่ะ ภายในส่วนผู้โดยสารชั้นประหยัดทันสมัยมากและค่อนข้างสะอาดค่ะ มีหนังให้ดูเป็นร้อยๆเรื่องเลยค่ะ เกมก็มีเล่น เสียอย่างเดียว อาหารไม่ค่อยอร่อย หนูขิงตั้งใจจะดูหนังอย่างเดียวแต่ดูไปแค่ชั่วโมงกว่าๆก็หลับซะแล้ว หลังจากใช้เวลาประมาณ9ชั่วโมงเราก็มาถึงที่ท่าอากาศยานKingsford Smithที่Sydney เราต้องแวะพักที่นี่แป็ปนึง โดยผู้โดยสารทุกคนต้องลงจากเครื่องไปผ่านsecurity check และเข้ามารอที่ประตูขึ้นเครื่องอีกครั้ง ตอนรอx-rayของ ควรจะเอาของเหลวทุกชนิดใส่ถุงซิปล็อคไว้ ถ้าไม่มีก็ขอเจ้าหน้าที่ได้นะคะ และเอาออกมาวางให้เจ้าหน้าที่เห็นเลยนะคะ คอมพิวเตอร์ต้องเอาออกจากกระเป๋า พวก ipad กับ tablet ด้วยนะคะ พอผ่าน security checkแล้วเราก็มาเดินเล่นฆ่าเวลาก่อนขึ้นเครื่องได้ เราจะใช้เวลาในการเดินทางจาก อีกเกือบสามชั่วโมง อย่าลืมกรอกฟอร์ม Passenger arrival Card ให้เรียบร้อยก่อนลงจากเครื่องนะคะ

พอเรามาถึงที่Christchurch International Airport ก็เกือบสี่โมงเย็นแล้วค่ะ เพราะตอนที่เรามายังเป็นช่วงที่เค้าเรียกว่า Daylight Saving Timeอยู่นะคะ เราสามคนพ่อแม่ลูกออกมาจากเครื่องปุ๊ปก็ต้องรีบเดินเร็วๆ จะได้คิวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจะได้ไม่ยาวมากค่ะ แต่ที่นิวซีแลนด์เค้าจัดคิวดีรอไม่นาน แป็ปเดียวก็ผ่านแล้วค่ะ เสร็จแล้วก็ไปเอากระเป๋า หลังจากได้กระเป๋าทีนี้ก็คิวยาวมากๆ เพราะทุกคนต้องผ่านการตรวจ custom และ Biosecurity  บนเครื่องบินเค้าฉายวิดีโอ “Declare or Dispose” อธิบายว่าอะไรเอาเข้ามาในประเทศเค้าได้บ้าง  คราวนี้เรารู้แล้วเลยทำความสะอาดรองเท้าhiking อย่างดี  เราโชคดีมากเพราะตอนที่อยู่ในแถวรอตรวจ เจ้าหน้าที่ถามว่านำอะไรที่เป็นอาหารสดหรือแห้งเข้ามาในประเทศเค้าไหม เราก็เลยบอกว่า เรามาที่นี่ครั้งที่สองแล้ว ไม่ได้นำอะไรมา เพราะส่วนใหญ่เราสามารถหาซื้อได้ในนิวซีแลนด์ (อ้อ คำถามก็จะเป็นเหมือนใน arrival card นะคะ อย่าไปโกหกนะคะ ถ้าจะเอาพวกมาม่า หรือ น้ำพริกไป ก็เขียนอธิบายติดเอาไว้ที่ห่อด้วย) เจ้าหน้าที่เลยให้เราไปช่องเขีว x-rayกระเป๋าแล้วผ่านเลย มีน้องคนไทยกลุ่มนึงนำอาหารมาเยอะ เลยต้องเปิดกระเป๋าให้เค้าตรวจ แต่ก็ผ่านหมดนะคะ เพียงแต่เสียเวลาตรวจกับจัดของนิดหน่อย

พอผ่านออกมาแล้ว จะเห็น isite ไปถามข้อมูลต่างๆได้เลย แม่ไปหยิบbrochure และ พาหนูขิงไปรอขึ้นรถไปโรงแรม ส่วนพ่อไปซื้อซิมโทรศัพท์ แต่ถ้าอันของปีที่แล้วหายไปไหนก็ไม่รู้ แต่เราเอาโทรศัพท์ที่ซื้อปีที่แล้วมาด้วย ถ้ายืนหันหลังให้isite จะเห็นบูธของvodofoneอยู่ ไปซื้อได้เลยค่ะ

รถshuttle bus เราจองมาก่อนแล้วนะคะ เราใช้ยี่ห้อ Super shuttle คนแรก24NZD คนต่อไปก็คนละ 5 NZDค่ะ เราสามคนพ่อแม่ลูกรวมแล้ว 34NZD หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.supershuttle.co.nz 

ใช้ประตูด้านซ้ายใกล้ๆกับvodofone ออกไปรอรถได้เลย จะมีคนต่อแถวยืนรออยู่แล้วค่ะ

ใช้เวลาแค่สิบห้านาทีก็มาถึงโรงแรม Kauri Motel on Riccarton www.kaurimotel.com  เป็นโรงแรมเล็กแต่สะดวกมากสำหรับเรา เพราะมี Riccarton Mall อยู่ตรงข้ามเลยค่ะ นอกจากนั้นก็ยังมี PAK’nSAVE อยู่ใกล้ๆด้วยนะคะ (แถวถนนนี้มีร้านอาหาร เยอะนะคะ ลองเดินดู เพราะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย University of Canterbury)

พอเช็คอิน เจ้าหน้าที่ก็ให้นมมาหนึ่งกล่อง ที่นี่ดีนะคะให้ผลไม้และมัฟฟินด้วยแถมมีชากาแฟและโกโก้เอาไว้ชงด้วย แถมยังสะอาดมาก อาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้ว ก็พากันเดินไปหาอะไรทานกัน       ก่อนออกไปข้างนอกแวะขอให้เจ้าหน้าที่จองรถให้หน่อยเพื่อที่จะไปเอารถบ้าน นัดเวลาเรียบร้อย เราก็เดินข้ามถนนไปก็ถึงห้างแล้วค่ะ

 หนูขิงเป็นห่วงกลัวไม่ได้ไปซื้อของเล่น  เลยขอกินอาหารจีนที่food court สงสัยจะหิวมากเลยทานแป็ปเดียวหมดเกลี้ยง หลังจากนั้นก็ไปหาซื้อของเล่นให้หนูขิง เพราะปีที่แล้วมาที่นี่หนูขิงได้ Sea Monkeyไปเลี้ยง แต่มันตายหมด ปีนี้เลยอยากได้อีก ลองดูข้อมูลที่นี่นะคะ www.seamonkeys.co.nz

หลังจากนั้นก็ไปซื้อของใช้สำหรับทริปนี้ ส่วนอาหารเอาไว้ซื้อพรุ่งนี้ แม่ชอบของที่ New Worldมากกว่าที่อื่น วันนี้เป็นวันพฤหัส ร้านค้าในmallส่วนใหญ่ปิดสามทุ่มค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556

เตรียมตัวไปนิวซีแลนด์ (อีกครั้ง)

สวัสดีค่ะ

อีกไม่กี่วันเราสามคนพ่อแม่ลูกก็จะไปขับรถบ้านที่ประเทศนิวซีแลนด์อีกแล้วค่ะ  ก่อนที่จะไปก็ต้องไปขอวีซ่าก่อน ตอนนี้เราสามารถขอวีซ่าได้ที่

New Zealand Visa Application Center
ชั้น19th ITF Tower ถนนสีลม ( เปิด 8:30 - 16:30)
www.ttsnzvisa.com

อย่าลืมเตรียมเอกสารไปให้พร้อมรวมถึง ค่าธรรมเนียม + ค่าวีซ่าจ่ายเป็นเงินสด หรือใช้บัตรเครดิตได้นะคะ กรอกใบสมัครให้เรียบร้อยและติดรูปให้แน่นนะคะ ที่นี่เค้าเพิ่งเริ่มให้บริการได้ไม่กี่เดือนยังจัดระบบและตอบคำถามได้ไม่ดีนัก อย่าลืมหยิบปากกาติดไปด้วยนะคะ แม่เห็นมีเด็กๆหลายคนลืมกรอกข้อมูลบางอย่างไปต้องยืมปากกากันให้วุ่นเลย เพราะทางศูนย์มีปากกาอยู่ไม่กี่ด้ามและต้องเผื่อเวลาในการรออนุมัติวีซ่าไว้ด้วยนะคะ เพราะใช้เวลาประมาณ 10วันทำการในการดำเนินเรื่องวีซ่าค่ะ (ไม่นับเสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการนะคะ)

ไปคราวนี้ก็วางแผนคร่าวๆไม่เร่งรีบเหมือนเดิม แค่จดไว้ว่าจะไปเมืองไหนก่อน ยังยึดหลักการณ์เดิมคือแวะไปเรื่อยๆนะคะ เก็บข้อมูลตามi-Site และโทรศัพท์จองที่พักกับทัวร์ล่วงหน้าสักวันสองวัน เที่ยวนี้ไม่มีหยุดEasterเลยไม่ต้องห่วงว่าที่พักจะเต็ม
เวลาวางแผนขับรถเราสามารถเข้าไปคำนวณระยะทางกับเวลาคร่าวๆได้จาก google map หรือ http://www.newzealand.com/travel/getting-to-around-nz/travel-times-and-distances/travel-times-and-distances-home.cfm
หรือลองsearch "new zealand distance chart"นะคะ

จะหาว่ามีกิจกรรมอะไรบ้างในแต่ละเมือง ก็ดูได้ที่นี่นะคะ http://www.newzealand.com/int/things-to-do/
หรือ http://www.destination-nz.com/new-zealand-info

ถ้าอยากหาข้อมูลท่องเที่ยวนิวซีแลนดเพิ่มเติม โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ พวกอุทยานแห่งชาติทั้งหลาย ลองอ่านดูในเว็บนี้นะคะ
 http://www.doc.govt.nz/parks-and-recreation/places-to-visit/

เรื่มจากChristchurch และขับรถขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ คงเริ่มจากไปทาง Kaikouraไปนั่งเรือดูวาฬ, Nelson, Abel Tasman, Golden Bay แล้วขับขึ้นเหนือสุดของเกาะใต้พาหนูขิงไปเหนือสุดของเกาะใต้ที่ Farewell Spit. จากนั้นก็จะพาไปเที่ยวแถวWest Coast ขับไปจนถึง Franz Josef and Fox Glacier ตั้งใจว่าจะพาหนูขิงขึ้นHeliHikeไปดูธารน้ำแข็งค่ะ เพราะอายุถึงแล้ว แต่ก็ยังไม่จองอยู่ดีเพราะยังไม่มีวันที่แน่นอนว่าจะไปถึงแถบWest Coastเมื่อไหร่ แต่emailคุยเอาไว้แล้วค่ะว่าอยากจอง
จากนั้นก็กลับมาChristchurchผ่านทาง Arthur Pass. หรือถ้ามีเวลาเหลือเยอะอาจไปOamaruเพื่อไปเยี่ยมคุณพยาบาล Robynก่อนกลับ (ที่ดูแลพ่อคราวที่แล้วตอนพ่อเป็นนิ่ว) แล้วค่อยกลับไปขึ้นเครื่องที่Christchurch.

เราจองที่พักแค่ที่สองสามเมืองแรกค่ะ ตือวันแรกที่ไปถึงChristchurchจองโรงแรมชื่อ Kauri Motel อยู่ใกล้กับ Ricarrton Mallค่ะ(http://www.kaurimotel.com/)  เพราะวันแรกไปถึงก็บ่ายสามโมงกว่าแล้ว ไปรับรถคงไม่ทัน เลยมาตั้งหลักซื้อของใช้ที่จำเป็นก่อน วันรุ่งขึ้นค่อยไปรับรถและออกเดินทาง ไปKaikoura

คืนที่สอง-สาม จองที่พักไว้ที่Kaikoura top 10 Holiday park ค่ะ http://www.kaikouratop10.co.nz/ จากประสบการณ์ของแม่นะคะ ถ้าจองโดยตรงกับholiday park ราคาพอกัน แต่ไม่ต้องมีบัตรเครดิตการันตีค่ะ

ว่าจะพาหนูขิงไปดูวาฬด้วยค่ะ จองเรือไปดูวาฬที่ http://www.whalewatch.co.nz/ ถ้าจองผ่านweb เฉพาะผู้ใหญ่จะได้ลด10%ด้วยนะคะ ตั๋วราคา145NZD เราได้ลดไป29NZD ค่ะ
อย่าลืมเช็คสภาพอากาศก่อนไปนะคะ จะได้เตรียมเครื่องกันหนาวให้พร้อม เช็คอากาศได้ที่นี่นะคะ http://www.metservice.com/national/home

เราจะใช้เวลาอยู่ทีเกาะใต้ประมาณ2อาทิตย์นิดๆค่ะ หนูขิงตื่นเต้นน่าดู นับวันอยู่ทุกวันว่าเมื่อไหร่จะถึงวันไปสักที -- เที่ยวนี้จะไปแถว West Coast ในคู่มือบอกว่า มีฝนตกชุก เราเลยเตรียมเสื้อกันฝนไปด้วยค่ะ จะได้เที่ยวอย่างไม่เป็นปัญหา ของที่ครอบครัวเราเตรียมไปนอกจากเสื้อผ้า เครื่องกันหนาวก็มี
เสื้อฝน ร่ม ไฟฉาย รองเท้าแตะ(เอาไว้ใส่เดินในรถบ้าน กันพื้นรถเลอะ และใส่เดินที่holiday park) หัวแปลงปลั๊กไฟ(ต้องเลือกรุ่นที่ดูทนทานหน่อยนะคะ) ยาประจำตัว พวกครีมทาผิว สบู่ แชมพู ครีมกันแดด ขอเอาไปแต่ของหนูขิง  ของพ่อกับแม่อนุญาติไปซื้อที่นู่นนะคะ อ้อ เอาถุงผ้าไปซัก2ใบก็ดีนะคะ บางซุปเปอร์มาร์เก็ต ไม่มีถุงพลาสติคให้ค่ะ

และถ้าพกกล่องเก็บอาหาร พวกใช้อุ่นในไมโครเวฟได้และมีฝาล็อคได้ไป 2-3ใบก็ดีนะคะ เผื่อทานอาหารเหลือแล้วเก็บไว้อุ่นทานต่อได้ และถ้าไปเดินตามtrackจะได้เอาอาหารไปทานได้ระหว่างทางนะคะ

กระติกน้ำที่เก็บความร้อนได้เผื่อเอาไว้ใส่ชาอุ่นๆจิบแก้หนาว กระติกน้ำให้หนูขิงไว้ใส่น้ำดื่ม น้ำประปาที่นิวซีแลนด์สะอาดดื่มได้ ส่วนใหญ่รถบ้านจะมีเครื่องกรองน้ำไว้ให้ด้วยนะคะ พกกระติกไปเองไม่ต้องซื้อน้ำ หรือซื้อน้ำขวด และเก็บขวดไว้เติมก็ได้ค่ะ

คราวนี้พ่อกับแม่เลือกรถบ้านที่ราคาถูกลงไปอีกหน่อย ยี่ห้อ Cheapa Campa แต่จองผ่านAgentนะคะ http://www.apollocamper.com/ เพราะคราวที่แล้วสังเกตุว่าเห็นฝรั่งใช้ยี่ห้อนี้กันเยอะ หนังสือนำเที่ยวของบ้านเราแนะนำแต่ ยี่ห้อMaui, Britz, Alphaหรือ Kea เราลองเปรียบเทียบราคาดูแล้ว ค่อนข้างถูกกว่าที่อื่นด้วยค่ะ ก็คงต้องลองดูกันนะคะ ว่าใช้ได้ไหม  อ้อต้องเช็คโปรโมชั่นด้วยนะคะว่าเป็นยังไง อย่าลืมทำประกันด้วยนะคะ ทำแบบAll Inclusive แต่ต้องเช็คนิดนึงนะคะ ว่าครอบคลุมอะไรบ้าง เพราะแต่ละบริษัทอาจครอบคลุมไม่เท่ากัน บางคนก็ไม่ซื้อนะคะ เพราะค่าประกันค่อนข้างแพง สำหรับแม่แพงขึ้นมาหน่อยแต่อุ่นใจว่าถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นกับรถ เราก็ไม่ต้องจัดการเรื่องก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพนะคะ

อีกอย่างนึงคนนิวซีแลนด์เค้าใช้slang ค่อนข้างเยอะนะคะ อย่างห้องน้ำเราเรียกว่าtoilet เค้าเรียกว่า loo หรือ sunglasses = sunnies. มีอีกหลายคำแม่จำไม่ค่อยได้ แต่สองสามวันผ่านไปก็พอเข้าใจค่ะ

แล้วเจอกันที่นิวซีแลนด์ค่ะ